แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขงเบ้ง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขงเบ้ง แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

หัวใจของขุนพล

หนังสือเรื่อง ปรัชญานิพนธ์ขงเบ้ง แปลโดย เธียรชัย เอี่ยมวรเมธ กล่าวว่า ผู้เป็นขุนพลจะต้องมีอัจฉริยบุรุษเป็นหัวใจ คอยวางแผนให้และจะต้องมีลูกมือและสมุนคู่ใจคอยเป็นหูเป็นตาให้

ขุนพลผู้ใดไม่มีอัจฉริยบุรุษเป็นหัวใจ ขุนพลผู้นั้นก็เปรียบได้เสมือนบุคคลที่กำลังเดินอยู่ในความมืดซึ่งมองไม่เห็นทาง กล่าวคือไม่อาจจะดำเนินการได้ถูกต้อง
ขุนพลผู้ใดไม่มีสมุนคู่ใจคอยเป็นหูเป็นตาให้ ย่อมตกอยู่ในสภาพโง่งมงาย ไม่รู้การเคลื่อนไหวของกองทัพ
ขุนพลที่ไม่มีลูกมือคอยรับใช้เป็นมือให้ ก็เปรียบเสมือนบุคคลที่อดโซได้กินของที่เป็นพิษเข้าไป ซึ่งไม่มีทางที่จะรอดชีวิตไปได้

ด้วยเหตุดังกล่าวนี้ ขุนพลที่มีความสามารถจะต้องมีอัจฉริยบุรุษที่เปรื่องปราดในวิชาความรู้เป็นคนสนิทหรือเป็นหัวใจ จะต้องมีบุคคลที่มีความคิดสุขุมและละเอียดรอบคอบเป็นสมุนคู่ใจ ซึ่งจะได้คอยเป็นหูเป็นตาให้ จะต้องมีบุคคลที่ห้าวหาญมีฝีมือในการรบเป็นลูกมือคู่ใจ

วันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

กำจัดความเลวร้าย

หนังสือเรื่อง ปรัชญานิพนธ์ขงเบ้ง โดย เธียรชัย เอี่ยมวรเมธ ได้กล่าวไว้ว่า "ความเลวร้ายของกองทัพมีอยู่ 5 ประการ ด้วยกันดังนี้
๑. แตกความสามัคคี แบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นกลุ่มๆ ในกองทัพ ก่อหวอดทำลายอัจฉริยบุรุษ
๒. ชอบสวมเครื่องแบบที่โก้หรู เพื่อเบ่งบารมี โอ้อวดความยิ่งใหญ่
๓. ปล่อยข่าวโคมลอย ปลุกปั่นข่าวลือ บ่อนทำลายขวัญของกองทัพ
๔. ชอบฟื้นฝอยหาตะเข็บ คอยจับผิด ต่อความยาวสาวความยืด หาทางก่อความระส่ำระสายในกองทัพ
๕. คอยจ้องหาโอกาสลักลอบเป็นไส้ศึกให้แก่ข้าศึก

บุคคลเลวร้ายที่ไม่มีคุณธรรมทั้ง ๕ ประการดังกล่าวนี้ เราควรจะปลีกตัวออกห่าง ไม่ควรจะเข้าใกล้ให้เป็นที่เสื่อมเสีย"

วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

อาชญาสิทธิ์ของขุนทัพ

หนังสือเรื่อง ปรัชญานิพนธ์ขงเบ้ง แปลโดย เธียรชัย เอี่ยมวรเมธ ได้กล่าวไว้ว่า "อาชญาสิทธิ์ในการคุมกำลังทหารมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด ประดุจหัวใจของกองทัพที่จะทำให้ขุนพลผู้คุมกำลังทหารสามารถสำแดงพลานุภาพได้อย่างเกรียงไกร มาตรว่าขุนพลผู้คุมกำลังทหารมีอาชญาสิทธิ์เด็ดขาดแล้ว ย่อมจักสามารถคุมกำลังเข้าต่อต้านข้าศึกอย่างห้าวหาญและเกรียงไกร ประดุจเสือติดปีก สามารถผาดโผนแผ่ศักดาไปทั่วสกลโลก ไม่ว่าจะเผชิญกับเหตุการณ์อย่างไรก็ตามเขาจักสามารถสำเดงอานุภาพเอาชนะอุปสรรคได้อย่างอาจหาญ หากขุนพลผู้คุมกำลังทหารผู้ใดขาดอาชญาสิทธิ์แล้ว ย่อมไม่อาจจะคุมกำลังทหารเข้าต่อต้านข้าศึกได้ เปรียบเสมือนมังกรที่หลงถิ่นขึ้นมาอยู่บนพื้นปฐพี ซึ่งไม่สามารถจะแหวกว่ายตีฟองโต้คลื่นเล่นอย่างคึกคะนองในมหานทีนั่นเอง"

วันพุธที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2554

หยั่งรู้จิตมนุษย์

ในหนังสือ ปรัฃญานิพนธ์ขงเบ้ง ของเธียรชัย เอี่ยมวรเมธ (2516)ได้อธิบายไว้ว่า ชงเบ้งแบ่งวิธีหยั่งรู้จิตมนุษย์ไว้เป็น 7 ข้อ ดังนี้
1. หาประเด็นที่เกี่ยวกับปัญหาการเมืองมาถามเขา เพื่อสังเกตว่า เขามีทัศนะหรือความมุ่งมาดปรารถนาประการใด
2. หาปัญหาต่างๆ มาซักไซ้ไล่เลียงว่าเขาจะตอบโต้ และใช้เชาวน์แก้ปัญหาได้อย่างไร
3. ปรึกษาแผนการต่างๆ กับเขา ทั้งนี้จะได้พิจารณาว่าเขามีภูมิความรู้อย่างไร
4. มอบหมายงานที่ลำบาก และมีอันตรายให้เขาลองทำดูทั้งนี้จะได้พิจารณาว่า เขามีความกล้าหาญและอดทนหรือไม่
5. หาเหล้ามาเลี้ยงให้เมา ทั้งนี้จะได้พิจารณาว่า เขามีอุปนิสัยอย่างไร
6. หาเหยื่อมาล่อใจ ทั้งนี้จะได้พิจารณาว่า เขาเป็นคนซื่อสัตย์สุจริตหรือไม่
7. มอบหมายงานให้เขาทำ โดยกำหนดเวลาให้แน่นอน ทั้งนี้จะได้พิจารณาว่า เขามีสัจจะรักษาคำพูด สามารถทำงานให้สำเร็จลุล่วงตามกำหนดเวลาหรือไม่